ทำไมแมวถึงมี เสียง Purr ถอดรหัสเสียงครางและพลังแห่งการเยียวยา

0
เสียง Purr

เสียง Purr ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป: มาทำความรู้จักกับคลื่นเสียงบำบัดของแมวกัน

เสียงเพอ หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นเสียงกรนของแมว อาจเรียกว่าเป็นคลื่นเสียงบำบัดชนิดหนึ่ง และเชื่อว่ามีหลายคนต้องเคยได้ยินจากแมวตัวเองแน่นอน แต่ทว่าเสียงนี้คงเข้าใจว่าเป็นเสียงแห่งความสุข ทั้งที่จริงเสียงนี้ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป แน่นอนบางคนอาจไม่เคยรู้จักเสียงนี้มาก่อน เราไม่รอช้าที่จะพาทาสแมวไปทำความรู้จักกับคลื่นเสียงบำบัดของแมวนี้ ใครอยากรู้อยากใส่ใจก็ตามมาทางนี้ด่วน ๆ

พาไปทำความรู้จักกับคลื่นเสียงบำบัดเสียง “เพอ” ของแมว

กรนแมว หรือ เสียงเพอ ของแมว คือ เสียงครางครืด ๆ ในลำคอแมวเมื่อน้องมีความพึงพอใจ บางครั้งก็จะใช้เพื่ออ้อนทาส เพราะต้องการความรัก หรือบ่งบอกว่าหิวแล้วนะ ต้องการอาหาร รวมถึงน้องรู้สึกดีมาก เสียงที่เปล่งออกมาจะเป็นเสียงครืด ๆ เหมือนติดเครื่อง เวลาที่อยู่กับคนก็ต้องสังเกตให้ดีเพราะเสียงกรนแมวก็ยังแสดงถึงความเครีด และความวิตกกังวลด้วย โดยนักวิทยาศาสตร์ได้มีการอธิบายไว้ว่า เสียงเพอ

เสียง Purr พลังแห่งการเยียวยา

ของแมวเหมียวนั้นเป็นเสียงบำบัดที่ออกมาเพราะได้มีการหลั่งสารเอ็นโดรฟิน เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ได้ยินเสียงเพอร์ โดยร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาเพื่อลดความเครียด ทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการเหนื่อยล้า ลดความวิตกกังวลจากการทำงานที่มีทั้งวัน โดยเสียง “เพอ” จะมีความถี่ที่ 20 – 140 เฮิร์ตซ์ นับเป็นความถี่เพื่อบำบัดโรคในคน พร้อมฟื้นฟูสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น ลดความดัน ความเครียด หรือหัวใจวาย สิ่งที่น่าทึ่งของ เสียง “เพอ” จากแมวคือส่งผลต่อสุขภาพกระดูกของคนตอนที่ร่างกายต้องเผชิญกับแรงกดดัน หรือจากการออกกำลังกายที่มีอย่างหนัก

ประโยชน์ของเสียง “เพอ” (Purr) จากแมว ที่ทาสทั้งหลายควรรู้

แม้ว่า เสียง Purr จะบ่งบอกความเครียด หรือความวิตกกังวลที่มีได้ แต่ทว่าเมื่อเทียบกับประโยชน์แล้ว เสียงนี้ของแมวก็มีอยู่มากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น

1.ช่วยลดความเครียด สร้างความผ่อนคลาย

แน่นอนว่าเสียงสั่นครืดคราดนี้มีส่วนช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัย ช่วยให้เจ้าของอย่างเรารู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วย และเมื่อได้ยินก็ยังช่วยลดความดันโลหิตไปอีก

2.ช่วยบำบัดร่างกาย

ต่อมาเสียง “เพอ” (Purr) ของแมวเมื่อมีความถี่สั่นสะเทือนที่ 25 – 150 Hz ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ระบุว่ามีส่วนช่วยรักษาและซ่อมแซมกระดูกของได้โดยเฉพาะในตอนที่ร่างกายต้องเผชิญแรงกดดัน หรือออกกำลังกายอย่างหนัก ออกแรงยกเยอะ ช่วยลดความเสี่ยงที่มีต่อโรคหัวใจ ทั้งยังช่วยบรรเทาการบาดเจ็บ หรือใครที่หายใจติดขัด หายใจลำบากได้เลย

3.สามารถสื่อสารความต้องการได้

สำหรับเสียง “เพอ” (Purr) ของลูกแมวช่วยสื่อสารกับแม่แมวได้ และในส่วนของแมวโตก็มีไว้เพื่อบ่งบอกความต้องการ หรือแม้แต่เสียงเพอร์นี้ก็ช่วยปลอบประโลมตัวเองตอนเจ็บปวด หรือเครียด ๆ

4.เป็นสัญญาณความสุข และมิตรภาพ

“เสียงเพอ” (Purr) ของแมวช่วยบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ดี ณ ขณะนั้น มีความสบายใจ เวลาอ้อนทาส หรืออยากจะแสดงถึงความไว้วางใจที่มีให้ด้วย

เสียง Purr แมว

5.ช่วยลดอาการบาดเจ็บของแมว

สุดท้าย “เสียงเพอ” (Purr) ยังช่วยแมวในแง่ลดอาการติดเชื้อได้ดี รวมถึงอาการบวมที่เกิดจากการบาดเจ็บ และยังมีส่วนช่วยเร่งการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นของแมวได้ด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นสิ่งพิเศษที่ทาสบางคนอาจจะมองข้ามไป แต่บอกเลยว่าหลังจากนี้การได้ยินเสียงเพอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้ทาสทั้งหลายได้ลองสังเกตพฤติกรรมเสียง “เพอ” (Purr) หรือเสียงครางครืด ๆ ในลำคอที่แมวของคุณร้องออกมาอยู่เสมอ เสียงนี้มีทั้งประโยชน์ แต่ก็มีโทษที่แสดงถึงความวิตกกังวลสำหรับตัวแมวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากได้ศึกษารายละเอียดข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดแล้วหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทาสแมวทั้งหลายที่อาจจะกำลังเข้าใจผิด หรือไม่เคยรู้มาก่อนได้ไม่มากก็น้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *